Category Archives: Online Marketing

ทุบประเด็นพฤติกรรมผู้บริโภค บุกตลาด Gen Z ฐานลูกค้าที่สำคัญของแบรนด์ในอนาคต

gen z คือ

    gen z คือ อะไร       เจ้าของธุรกิจ คงรู้ดีว่าตอนนี้โลกกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคผู้บริโภค การบุกตลาด Gen Z จึงเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของธุรกิจในการปรับรูปแบบการตลาด สินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ ให้เข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้อย่างตรงจุด จากการคาดการณ์ของฐานเศรษฐกิจ วิเคราะห์ไว้ว่า ผู้บริโภค Gen Z  มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 26% Gen Y เพิ่มขึ้น 32% และ Gen B เพิ่มขึ้น 17 % แต่ในปี 2020 Gen Z จะเติบโตขึ้นจนกลายเป็นผู้ครองพื้นที่ 40% ของผู้บริโภคทั้งหมด ซึ่งในมุมมองของผมคิดว่าเรายังมีโอกาสเจาะตลาดลูกค้ากลุ่มนี้ได้ เพราะกลุ่ม Gen Z คือ กลุ่มประชากรที่มีแนวโน้มจะกลายเป็นกำลังซื้อสำคัญ และเป็นผู้กำหนดทิศทางตลาดสินค้าและบริการในอนาคตอันใกล้นี้  การบุกตลาด Gen Z จะมีส่วนสำคัญแน่นอน?       กลุ่ม […]

รู้ก่อนเสียเงินฟรี! รับมืออย่างไรในวันที่ Gen Z ไล่บล๊อกโฆษณา

วิธีรับมือ Gen Z

    วิธีรับมือ-gen-z ! ปัจจุบัน หนึ่งสิ่งสำคัญที่ผมอยากให้นักการตลาดจะต้องวางแผนก็คือ ควรเร่งที่จะเข้าใจถึงความต้องการ ความคาดหวัง และพฤติกรรม Gen Z หากต้องการที่จะเป็นที่ยอมรับของคนกลุ่มนี้ เพราะ Gen Z จะไม่ค่อยเชื่อในวิธีการตลาด หรือโฆษณาแบบเดิม ๆ อีกต่อไปแล้ว จะต้องสร้างเนื้อหาโฆษณาที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถดึงดูดจินตนาการและอารมณ์ของ Gen Z ทุบประเด็นพฤติกรรมผู้บริโภค บุกตลาด Gen Z ฐานลูกค้าที่สำคัญของแบรนด์ในอนาคต                     Gen Z อยู่ในโลกที่มีทางเลือกไร้ขีดจำกัด ทำให้พวกเขาสามารถกดข้ามโฆษณาไปได้ และคนกลุ่มนี้ต้องการเป็นผู้กำหนดทางเลือกของตัวเอง  วิธีรับมือ Gen Z ดังนั้นการที่แบรนด์ใช้สื่อโฆษณาหรือเทคนิคการนำเสนอเพื่อให้ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากเกินไป จะทำให้เกิดทัศนคติเชิงลบต่อแบรนด์นั้น ๆ ลองคิดตามผมแบบง่ายๆเลยนะครับ ถ้าคุณกำลังดูซีรีย์แบบกำลังอินๆ แล้วมีโฆษณาที่คุณไม่สามารถกดข้ามมันไปได้ มันคงจะขัดอารมณ์คุณน่าดูเลยใช่ไหมครับ นั่นแหละครับ เราจึงไม่ควรยัดเยียดโฆษณาของเรามากเกินไป มันอาจจะให้แบรนด์ของคุณไม่เป็นที่ชื่นชอบไปเลยก็ได้                 แล้วรู้อีกไหมครับ ว่าทำไมกลุ่มนี้ถึงได้เลือกที่จะบล็อกโฆษณา สาเหตุเหตุหลักๆมาจาก   […]

รีบคว้าก่อนจะโดนตัดหน้า! ใน ยุคที่ Data มีค่ามหาศาล

ยุคที่ Data มีค่ามหาศาล

ยุคที่ Data มีค่ามหาศาล Hilights เดือนพฤษภาคม 2563 พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวบุคคลจะเริ่มมีผลบังคับใช้ การเก็บข้อมูลของลูกค้าจะต้องได้รับการยินยอมจากลูกค้าก่อนเสมอ หากฝ่าฝืนจะได้รับโทษทางกฎหมายและเสียค่าปรับ เจ้าของธุรกิจต้องให้ความสำคัญเรื่องการเอาข้อมูลของลูกค้ามาเปิดเผยมากขึ้น เพราะเป็นสิ่งที่ลูกค้าเริ่มให้ความสำคัญมากในปีนี้แบรนด์ไหนที่ไม่น่าไว้วางใจพวกเขาจะปัดพวกคุณทิ้งทันที ข้อมูลเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สามารถสร้างรายได้ให้กับธุรกิจของพวกคุณได้ หากนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับแบรนด์ของคุณ            “รู้เขารู้เรา”    ยังเป็นสุภาษิตที่ยังคงใช้ได้ในการทำการตลาดในปัจจุบันได้เป็นอย่างดีครับ   ยิ่งในยุคที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว   คนที่จะประสบความสำเร็จได้ในตอนนี้จะต้องเข้าใจและเรียนรู้ถึงพฤติกรรมความต้องการของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งที่สุด พร้อมกับวางแผนการเดินทางในอนาคตให้ได้อย่างถูกต้องและเกิดการผิดพลาดให้น้อยที่สุดด้วยครับ            ซึ่งในปีที่ผ่านมาแบรนด์ต่าง  ๆ   เริ่มนำข้อมูลของผู้บริโภคมาใช้ประโยชน์ในธุรกิจของตัวเองมากขึ้น   เพื่อเป็นการกระตุ้นในเรื่องของยอดขาย   และนำมาพัฒนาคุณภาพของแบรนด์ให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น และในปีนี้บอกได้เลยครับว่า  “Data”   จะยิ่งมีอิทธิพลอย่างมากและมีความซับซ้อนขึ้นอีกหลายเท่าเลยล่ะครับ อย่างที่ผมได้บอกไปว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และในฐานะที่เราเป็นเจ้าของธุรกิจจะทำอย่างไรกับข้อมูลที่อยู่ในมือเราและจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาพัฒนาแบรนด์ให้เข้าถึงเข้าใจลูกค้าได้อย่างไรวันนี้ผมมีคำตอบมาให้ทุกคนครับ ยุคที่ Data มีค่ามหาศาล กำลังจะกลับมา            อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่าข้อมูลเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดในการวางแผนเริ่มต้นธุรกิจ และในปีที่ผ่านมาหลายธุรกิจเริ่มมีการปรับตัวในการเอา  ดาต้า  หรือ  ข้อมูล   มาใช้ประโยชน์ตั้งแต่ร้านค้าปลีกไปจนถึงธุรกิจใหญ่ ๆ   เช่น  Lazada Shopee   เป็นต้น  […]

เทคนิคปรับเว็บไซต์เพิ่มยอดขาย “ด้วยการรู้ใจลูกค้า” (Personalization)

เทคนิคปรับเว็บไซต์เพิ่มยอดขาย

เทคนิคปรับเว็บไซต์เพิ่มยอดขาย เว็บก็เปรียบเสมือนหน้าร้านของเรา   เป็นสิ่งที่โชว์ให้ลูกค้าเห็นว่าร้านของเราเป็นรูปแบบไหน   ขายสินค้าหรือบริการอะไรบ้าง   หน้าร้านจะหรูหรา   เรียบง่ายหรือธรรมดาก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะสร้างหน้าร้านของคุณออกมาให้ลูกค้าเห็นแบบไหนนั้นเองครับ   แต่การสร้างหน้าเว็บเพื่อดึงดูดลูกค้าพียงอย่างเดียวมันไม่พอหรอกครับ   เพราะเมื่อลูกค้าเข้ามาหน้าร้านคุณแล้วแต่ถ้าพวกเขาหาสินค้าที่ต้องการไม่เจอเข้าก็กดออกไปอยู่ดี แล้วคุณจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้น้อยที่สุดล่ะครับ   วันนี้ผมมีเทคนิคการทำเว็บของคุณให้  Personalization  ด้วยวิธีง่าย ๆ   ที่จะเปลี่ยนลูกค้าที่หลงเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณ   ให้กลายเป็นลูกค้าของคุณได้ง่ายขึ้น   แถมพวกเขาอาจจะกลายเป็นลูกค้าขาประจำของคุณไปเลยก็ได้นะครับ 1.สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบ         “คุณไม่มีโอกาสครั้งที่สองในการสร้างความประทับใจในครั้งแรก”   สิ่งที่คุณต้องคือทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้ชมที่เข้ามาในเว็บของคุณเข้าใจและรู้ตั้งแต่แรกเห็นว่าเว็บของคุณคือเว็บอะไร   ขายสินค้าอะไรและน่าสนใจอย่างไรบ้าง ไม่ใช่ทุกคนที่เข้ามาในเว็บของคุณครั้งแรกจะเข้ามาตาม   Journey   เสมอไปหรอกครับ    เพราะบางคนอาจจะมาจากการเสริชจากกูเกิลแล้วมาเจอหน้าร้านของคุณ   หรือบางคนอาจจะตามลิงค์จากที่อื่นมาแล้วมาโผล่ที่หน้าเว็บเราก็ได้เช่นกันครับ ดังนั้นคุณต้องทำหน้าเว็บของคุณให้มีความสะดุดตา   ใช้เนื้อหาและภาษาที่อ่านครั้งแรกแล้วเข้าใจได้ทันทีโดยที่พวกเขาไม่ต้องมานั่งสงสัยและหาคำตอบว่าเว็บนี้คืออะไร   อีกอย่างต้องออกแบบให้เว็บของคุณใช้งานง่ายที่สามารถทำให้พวกเขาสามารถไปยังหน้าหลักของคุณได้เร็วที่สุด   เพื่อให้พวกเขากลับมายัง   Journer   ที่คุณวางไว้อย่างเร็วที่สุดครับ       2.อย่ามัวแต่หาลูกค้าใหม่   เพราะลูกค้าเก่าสำคัญที่สุด           คุณทราบหรือไม่ว่าการมัวแต่มองหาลูกค้าใหม่ ๆ   จนไม่ให้ความสำคัญกับลูกค้าที่คุณมีอยู่ปัจจุบันเป็นการใช้ต้นทุนมากและเสียเวลาอย่างมากครับ   เพราะการที่ลูกค้ายังกลับมาที่เว็บคุณซ้ำ ๆ   มันเป็นสัญญาณที่ดี   ที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขายังสนใจสินค้าของพวกคุณอยู่ ดังนั้นสิ่งที่คุณควรทำคือแสดงให้พวกเขาเห็นสิครับ   ว่าพวกคุณจำพวกเขาได้นะ   มีอะไรให้ช่วยเหลือหรือเปล่า   แสดงให้พวกเขาเห็นไปเลยครับว่าพวกคุณใส่ใจพวกเขามากแค่ไหน   ยิ่งถ้าเป็นลูกค้าประจำคุณต้องดูแลพวกเขาให้ดีกว่าลูกค้าทั่วไปเพื่อทำให้พวกเขารู้สึกดีและพร้อมที่จะจ่ายเงินให้พวกคุณมากขึ้น อีกอย่างที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือ   คุณต้องเปลี่ยนลูกค้าขาประจำให้พวกเขาเป็นผู้สร้างคอนเทนต์หรือแนะนำสินค้าของคุณให้กับผู้อื่นให้ได้   เช่น   การให้พวกเขาแนะนำคนรอบข้างหรือช่วยเขียนรีวิวดี […]

ประยุกต์ใช้ Marketing Automation กับธุรกิจ E-commerce ให้รอดตายในไตรมาสแรก

ประยุกต์ใช้ Marketing

HIGHLIGHTS Marketing Automation เป็น  Software Platform  ที่ทำงานตามคำสั่งที่เราป้อนข้อมูลลงไปและทำตามคำสั่งนั้นโดยอัตโนมัติ   ช่วยลดทรัพยากรแรงงานและช่วยให้Marketing Team  ทำงานได้ดีขึ้น ด้วยข้อจำกัดในเรื่องของ  “เวลา”  และ  “เงินทุน”  การใช้กลยุทธ์Marketing Automation  จะสามารถช่วยลดในส่วนนั้น และทำให้เกิดผลตอบแทนที่มหาศาล ระบบMarketing Automation  สามารถช่วยธุรกิจ  E-commerce  ในเรื่องของเวลาและการดูแลลูกค้า   สารมารถทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจได้              ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็วพร้อม ๆ   กับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความหลากหลายในการเสพสื่อมากขึ้น ซึ่งการทำการตลาดที่เน้นการยิงสารจำนวนมาก ๆ   ด้วยข้อความที่เหมือนกันโดยที่ไม่คำนึงว่าผู้รับสารนั้นจะต้องการหรือไม่คงจะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป   และอย่างที่ทราบกันดีว่าธุรกิจ   E-commerce   คือการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่สามารถขายได้ตลอด  24  ชั่วโมง   มันจึงเป็นช่องทางที่ลูกค้าเข้าถึงมากที่สุดและมีการแข่งขันกันเยอะที่สุดในตอนนี้   เพราะมันเป็นช่องทางที่พวกเขาสามารถซื้อสินค้าที่ต้องการที่ไหนและเวลาไหนก็ได้              เมื่อการการแข่งขันบนตลาด  E-commerce  สูงขึ้นทุกวันแบบนี้   ทางเดียวที่จะทำให้แบรนด์ของคุณสามารถอยู่รอดบนเส้นทางนี้ได้  คือ   คุณต้องทำทุกวิถีทางให้ธุรกิจของคุณสามารถเข้าไปหาลูกค้าได้ถูกที่ […]

Brand ไม่ดึงใจลูกค้าอีกต่อไป เพราะลูกค้าใช้ “อารมณ์” มากกว่า “เหตุผล”

ลูกค้า

Hilights เมื่อการตัดสินใจซื้อของ ลูกค้า  “อารมณ์”  มาก่อน  “เหตุผล”  เสมอคุณต้องสร้างแบรนด์ให้ ลูกค้า เกิดอารมณ์อยากได้สินค้าของคุณโดยที่พวกเขาจะใช้เหตุผลน้อยที่สุด เพราะตอนนี้อยู่ในยุคที่ลูกค้า  Disloyalty  และคำว่า  Brand Loyalty   จะไม่มีอยู่จริงอีกต่อไป   แบรนด์ต้องบอกในสิ่งที่ลูกค้าอยากรู้และให้ในสิ่งที่ลูกค้าต้องการให้ได้ ถ้าอยากให้แบรนด์เป็นที่จดจำและถูกเลือกจากลูกค้า   ต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่าแบรนด์ของคุณมีความมุ่งหวังอย่างไร ?  ( Brand Mission )  และแบรนด์ของคุณมีความแตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างไร ?   ที่จะดึงใจลูกค้าให้เข้าหาคุณในตอนนี้ ผมมีคำถามที่อยากลองถามทุกคนดูครับว่า   ตอนนี้พวกคุณคิดว่าลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการจาก  “อารมณ์”  หรือ  “เหตุผล”  มากกว่ากันครับ ?           หากคุณลองสังเกตดี ๆ   แล้วคุณจะได้คำตอบของคำถามนี้ไม่ยากเลยล่ะครับ  ง่าย ๆ   ไม่ต้องมองไปถึงลูกค้าก็ได้   คุณแค่ลองสังเกตตัวเองเวลาซื้อของหรือใช้บริการต่าง ๆ   ในชีวิตประจำของคุณดูก็จะรู้คำตอบครับว่า   คนเรามักใช้  “อารมณ์”  มาก่อน  “เหตุผล”  เสมอ           ผมจะลองยกตัวอย่างให้คุณคิดตามแบบง่าย ๆ   นะครับ   เวลาที่คุณอยากได้ของสักชิ้นหนึ่ง   เช่น   รองเท้าแล้วกันครับ   คุณเห็นรองเท้ารุ่นหนึ่งออกมาใหม่เลยเห็นปุ๊บคือใช่อะ   ต้องได้ของมันต้องมีแล้ว   ( […]

เช็คให้ดี! ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำเพราะรักแบรนด์หรือแค่ไม่มีทางเลือก

Brand Loyalty

    ผมเชื่อว่าทุกคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจคงอยากสร้างแบรนด์ของคุณให้เกิด  Brand Loyalty กันใช่ไหมครับ ? แต่คุณลองคิดดูดี ๆ ที่ลูกค้าของคุณกลับมาซื้อสินค้าซ้ำเพราะพวกเขารักแบรนด์ของคุณจริง ๆ  หรือแค่พวกเขาไม่มีทางเลือกกันแน่   Hilights การสร้าง  Brand Loyalty  ที่แท้จริงเป็นการทำให้ลูกค้ารู้สึกรักและผูกพันกับแบรนด์ของคุณมาก   มากจนต่อให้เจออะไรที่ดีกว่ามาอยู่ตรงหน้า   พวกเขาก็ยอมปฏิเสธมากกว่าที่จะตกลงยอมรับข้อเสนอนั้น ตอนนี้ไลน์ได้พัฒนาจาก  LINE@  เป็น   LINE Official Account   ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่มากมายที่รองรับสำหรับพ่อค้าแม่ค้า  SME  โดยเฉพาะ การหาลูกค้าใหม่ไม่สำคัญเท่ากับการรักษาลูกค้าเก่า  Facebook  เป็นเครื่องมือในการหาลูกค้าใหม่ได้ดีที่สุด   แต่  LINE OA  เป็นเครื่องมือที่จะรักษาลูกค้าเก่าได้ดีที่สุดเช่นกันคุณเคยไหมที่ต้องทนใช้บริการบางอย่างซ้ำ ๆ   โดยที่พวกคุณไม่ได้ต้องการและไม่ได้เต็มใจสักเท่าไหร่   แต่มันเป็นสิ่งที่คุณจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และมันไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้วสมัยก่อนที่จะมีรถไฟฟ้าการเดินไปไหนมาไหนสำหรับหลาย ๆ   คนคงเลือกใช้รถโดยสารสาธารณะเป็นหลัก   แต่พอมีรถไฟฟ้าเข้ามาหลาย ๆ   คนก็หันไปเลือกใช้รถไฟฟ้ากันเป็นจำนวนมาก   เพราะมันทั้งสะดวก   รวดเร็วและไม่ต้องทนรถติดในช่วงเวลาที่เร่งรีบอีกด้วยครับเห็นไหมครับว่าเอาจริง ๆ   การที่ลูกค้าใช้บริการหรือซื้อสินค้าจากคุณซ้ำ ๆ   ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขารักแบรนด์ของคุณ   แต่เพราะว่าพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว   ถ้าวันใดที่พวกเขามีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าพวกเขาก็พร้อมเดินจากไปอยู่ดีแหละครับ จะทำอย่างไรให้เกิด Brand Loyalty กับแบรนด์ […]

ไม่ต้องจ้างให้แชร์ ในเมื่อ “Brand Advocacy” สร้างการบอกต่อได้แบบไม่เสียเงิน

Brand Advocacy

ถ้าผมลองพูดถึงคำว่า Brand Advocacy จะมีสักกี่คนที่รู้จักและให้ความสนใจคนกลุ่มนี้กันครับ จะว่าไปมันก็คงไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่มักจะไม่คุ้นเคยหรือรู้จักคนกลุ่มนี้กันมากนัก เพราะพวกเขาไม่ได้เป็นคนดังที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก แต่จุดเด่นของคนกลุ่มนี้คือ “การเป็นกองเชียร์” หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือผู้ที่สนับสนุน แบรนด์ที่ตัวเองรักโดยที่แบรนด์ไม่ต้องออกเงินจ้างให้พวกเขาโปรโมตสินค้าหรือบริการสักบาทเดียวเลยล่ะครับ ดังนั้นมันจึงเป็นเหตุผลที่ผมอยากให้เจ้าของธุรกิจทั้งหลายให้มาให้ความสนใจกับคนกลุ่มนี้และศึกษาลักษณะของคนกลุ่มนี้ให้มากขึ้น เพราะการที่พวกคุณสามารถสร้าง BrandAdvocacy ให้กับแบรนด์ของคุณได้ มันจะช่วยลดในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการที่คุณจะต้องไปจ้าง Influencer มาช่วยโปรโมทสินค้าหรือบริการของคุณ และสามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้ดีกว่า Influencer ในระยะยาวอีกด้วยครับ Hilights Influencer  คือกลุ่มคนที่มีอิทธิในกลุ่มคนของตัวเอง  เช่น  คนดังหรือบุคคลที่ผู้ติดตามในโลกออนไลน์เยอะ ๆ  แต่  BrandAdvocacy   คือผู้สนับสนุนแบรนด์ที่เกิดการใช้สินค้าหรือบริการนั่นจริง และนำประสบการณ์ที่ดีมาบอกต่อ ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคออนไลน์ที่เปลี่ยนไป   การเชื่อและเสพข้อมูลต่าง ๆ   ก่อนตัดสินใจซื้อเป็นสิ่งสำคัญ   ซึ่งการแนะนำและบอกต่อของบรรดา BrandAdvocacy มักสร้างความน่าเชื่อถือ และดึงดูดกลุ่มคนที่สนใจสินค้าหรือบริการนั่นๆ จากการรีวิวของพวกเขาได้เป็นอย่างดี การบังคับไลก์หรือแชร์เพจเพื่อแลกกับส่วดลดไม่ได้เรียกว่าการสร้าง BrandAdvocacy แต่เป็น Bad Advocacy เพราะ BrandAdvocacy ที่แท้จริงคือการสร้างความประทับใจต่อลูกค้าจนพวกพวกเขาอยากบอกต่อ Influencer  แตกต่างกับ  Brand Advocacy  อย่างไร ? […]

Micro Moments เสี้ยววินาทีมีค่าขนาดไหนที่จะทำให้คนตัดสินใจ “ซื้อ” หรือ “ไม่ซื้อ”

Micro Moments

เคยสังเกตกันบ้างไหม ?  ว่ามักจะมีเหตุการณ์ต่าง ๆ   ที่เกิดขึ้นบางช่วงเวลาของชีวิต   จนต้องหยิบมือถือขึ้นมาหาข้อมูล  ณ  เวลานั้น   พฤติกรรมในช่วงเวลาสั้น ๆ   เหล่านี้มักเกิดขึ้นบ่อยในกลุ่มลูกค้ายุคดิจิทัล   เพราะมือถือจะเป็นตัวช่วยในการหาข้อมูลที่สงสัยและหาวิธีแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว   ผู้บริโภคยุคนี้จึงเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา              แต่ถ้าหากคุณและแบรนด์ของคุณไม่มีตัวตนบนแพลตฟอร์มออนไลน์เลยโอกาสที่คนจะให้ความสนใจและรู้จักแบรนด์ของคุณก็แทบจะไม่มี   ดังนั้นการที่จะทำให้คนรู้จักคุณและแบรนด์ของคุณได้นั้น   คุณจะต้องให้พวกเขาเห็นคุณก่อนที่พวกเขาจะเห็นคู่แข่งของคุณ   และสิ่งที่คุณมีต้องไปตอบสนองความต้องการซื้อหรือช่วยแก้ปัญหาให้กับพวกเขาได้ในช่วงเวลาที่เขาต้องการ จะดีแค่ไหนถ้าเราพาสินค้าไปอยู่ใน  Micro Moments   ของลูกค้า 7 ทริคปิดการขายธุรกิจออนไลน์ ต้องจัดให้ยับ!!                  นักการตลาดส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับ   Micro Momentsเพราะถึงแม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาเล็ก ๆ   ในชีวิตของผู้ซื้อ   แต่มันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับผู้ขาย   ที่จะได้นำเสนอสินค้าหรือบริการต่าง ๆ   ที่ตรงกับความต้องการซื้อของลูกค้าได้ทันเวลา   ซึ่งทุกวันนี้จะเห็นได้ว่าการซื้อ – ขายสินค้าแค่พริบตาเดียวก็สามารถเสียเงินได้แล้ว   ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงภายในช่วงเวลาแค่ไม่กี่เสี้ยววินาที   ถ้าผู้ขายไม่มีความพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการซื้อของลูกค้าได้ในทันที   ก็จะส่งผลให้ลูกค้าไม่รอและหันไปหาผู้ขายรายอื่นที่มีความพร้อมมากกว่าหรือจะพูดได้ว่าใครไวกว่าก็ได้เปรียบครับ     […]

เทคนิคโกยเงินจากมนุษย์ขี้เกียจ ด้วยกลยุทธ์ "SLOTH Strategy"

SLOTH Strategy

หลังจากที่ผมได้นำเสนอเรื่องตลาดคนขี้เกียจไป    วันนี้ผมจะขอเจาะลึกลงไปถึงเรื่องกลยุทธ์ที่ทำให้เราเข้าใจ   และสามารถทำการตลาดได้ตรงกับความต้องการของเหล่าคนขี้เกียจได้มากขึ้น   กลยุทธ์นี้เรียกว่า  “SLOTH Strategy”  นั่นเองครับ    ซึ่งถ้าธุรกิจคุณเป็นธุรกิจที่กำลังต้องการที่จะจับลูกค้ากลุ่มนี้อยู่ล่ะก็    บทความนี้จะเป็นประโยชน์มากเพราะอาจจะทำให้คุณรู้วิธีการที่จะเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้ได้ง่ายยิ่งขึ้น    และเข้าใจสิ่งที่พวกเขาต้องการมากขึ้นครับ กลยุทธ์พิชิตใจคนขี้เกียจ              กลยุทธ์ SLOTH  ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการหลาย ๆ   อย่างของคนในยุคที่มีเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย   ใจร้อนใจเร็ว   ไม่ทนรออะไรนาน ๆ   ซึ่งคนกลุ่มนี้จะไม่ยอมเสียเวลากับเรื่องเล็ก ๆ  น้อย ๆ เด็ดขาด   เพราะพวกเขาจะเอาเวลาเหล่านั้นไปทำในเรื่องที่สำคัญมากกว่าแทนครับ   จากความต้องการต่างๆ เหล่านี้   ทำให้เกิดกลยุทธ์ SLOTH 5  ข้อด้วยกัน คือ 1.Speed : รวดเร็ว ไม่ต้องรอนาน อย่างที่ผมบอกไปว่าเวลาสำหรับคนขี้เกียจกลุ่มนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ   พวกเขาไม่ต้องการรออะไรนาน ๆ   เพราะการรออะไรนาน ๆ   มันทำให้พวกเขาเสียโอกาสในการทำสิ่งอื่นที่สำคัญกว่า   และยิ่งเป็นยุคดิจิทัลแบบนี้มันเลยเปลี่ยนให้ทุกคนเป็นคนเร่งรีบ    ดังนั้นหากอยากทำธุรกิจให้เข้าถึงคนขี้เกียจพวกคุณจะช้าไม่ได้  […]