การเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ ด้วยส่วนผสมทางการตลาด 4P, 4C, 4E

การเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ

    การเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ ด้วยส่วนผสมทางการตลาด 4P, 4C, 4E

ผู้ประกอบการหลาย ๆ คน คงกังวลถึงเรื่องเศรษฐกิจไม่ดี ด้วยเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ที่ส่งผลไปยังเศรษฐกิจไทยให้มีการชะลอตัว กังวลว่าไหนจะมีคนแห่ซื้อสินค้าจากออนไลน์

คำถามคือ… แล้วคุณจะทำอย่างไรต่อ.. เราก็ต้องสู้ต่อใช่มั้ยครับ ?

หากคุณยังไม่ท้อใจ ขอเวลาสัก 5-10 นาที อ่านบทความ นี้ให้จบครับ

ในวันนี้เรามาปรับส่วนที่เราปรับได้ ซึ่งต้องดีกว่าเดิมตอนที่ยังไม่ได้เริ่มปรับอะไรเลยแน่นอน

มองย้อนกลับมาที่ธุรกิจของท่านวันนี้ว่าไปถึงขั้นตอนไหน ใน 4P , 4C , 4E

แล้วเลือกปรับจุดอ่อน เพิ่มจุดแข็ง ให้ธุรกิจของคุณดูครับ

ก่อนจะไปถึงเนื้อหา ขอขอบคุณ AIS บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ที่ได้เชิญให้ ADSIDEA มาแชร์ประสบการณ์และไอเดีย การเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ ให้กับผู้ประกอบการจำหน่ายมือถือในสังกัด เรียกว่าเป็นองค์กรตัวอย่าง ที่ให้ความสำคัญกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดีครับ

ที่มาและแนวคิด : CREATIVE STRATEGY – Damrong Pinkoon

4P

เน้นที่ “สินค้าและบริการ

Product – สินค้าตรงกลุ่มเป้าหมาย

Price – ราคาเหมาะสมคุณภาพ
Place – 
คุณสมบัติครบถ้วน

Promotion – การสื่อสารเรียกลูกค้า

4C

เน้นที่ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

Customer Solutions – สินค้าช่วยแก้ไขได้ตรงจุด

Customers Cost – สินค้าประหยัด ลดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน

Customer Convenience – บริการประทับใจ สะดวกสบาย

Customer Communication – สื่อสารตรงกลุ่ม

 

4E

เน้นที่ “ความประทับใจ และการสร้างประสบการณ์ที่ดี

Consumer Expectation – ดีเกินความคาดหวังลูกค้า

Consumers Evaluation – สินค้าคุ้มค่าเกินคาดหวัง

Consumer Experience – ประสบการณ์สุดยอด

Consumer Emotional – บรรยากาศในการซื้อ

ทีนี้เรามาลงรายละเอียดกันทีละข้อครับ โดยจะเปรียบเทียบ P-C-E แต่ละตัวกันเลย

โดยครั้งนี้จะยกตัวอย่าง ธุรกิจโทรศัพท์มือถือและซิมการ์ด เป็นหลักนะครับ

ตัวที่ 1

1P-PRODUCT >> 1C-CUSTOMER SOLUTION >> 1E-CONSUMER EXPECTATION

(1P) Product – สินค้าตรงกลุ่มเป้าหมาย

ให้ความสำคัญกับสินค้าเป็นหลัก ยกตัวอย่าง โทรศัพท์มือถือ หรือ ซิมการ์ด ที่เราเลือกให้กลุ่มเป้าหมาย เป็นสิ่งที่มีคุณภาพดี

แพ็คเกจซิม ค่ายที่เลือก สัญญาณดีโทรเข้าออกได้ไม่มีปัญหา

(1C) Customer Solution – สินค้าช่วยแก้ไขได้ตรงจุด

ก่อนที่เราจะแนะนำลูกค้าควรสอบถาม  วิเคราะห์ความต้องการ จากพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าเป็นหลัก เพราะแต่ละคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน ต้องรู้ว่าลูกค้าใช้โทรศัพท์ทำอะไรบ้าง

เพื่อที่เราจะได้ช่วยเลือกได้ตรงกับการใช้งาน เพิ่มความพึงพอใจในตัวสินค้ามากขึ้นไปอีก

ผู้สูงอายุ อาจจะชอบแบบปุ่มใหญ่ ๆ ชัด ๆ กดง่าย หน้าจอใหญ่อ่านง่ายสบายตา

เด็กวัยรุ่น อาจจะชอบใช้เล่นเกม เน้นขนาดหน้าจอที่เหมาะสม ภาพคมชัด เล่น Social Media เข้าแอปพลิเคชั่นได้รวดเร็ว สปีดอินเตอร์เน็ตทันใจวัยรุ่น

สิ่งที่เราต้องทำคือ เลือกสินค้าที่เหมาะกับการใช้งานให้มากที่สุด

(1E) Consumer Expectation – ดีเกินความคาดหวังลูกค้า

นอกจากได้สินค้าที่ดีแล้วต้องทำให้ดีเกินความคาดหวังขึ้นไปอีก หากเสริมที่ตัวสินค้าไม่ได้ให้ไปเสริมที่บริการ

เมื่อลูกค้าก้าวเข้ามายังร้านของเราสิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการโฟกัสความต้องการของลูกค้า ตอบสนองให้ดีที่สุด และให้ความสำคัญสร้างความประทับใจในบริการ

ตัวที่ 2

2P-PRICE >> 2C-CUSTOMER COST >> 2E-CONSUMER EVALUATION

(2P) Price – ราคาเหมาะสมคุณภาพ

สินค้าคุณภาพเหมาะสมกับราคา เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งแล้ว ดีกว่าหรือใกล้เคียงกัน หากเป็นมือถือก็ขายได้ตรงตามราคาตลาด

(2C) Customer Cost – สินค้าประหยัด ลดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน

หากได้สอบถามลูกค้าโดยละเอียด เลือกจากความต้องการที่จำเป็นของลูกค้า จะช่วยให้ลูกค้าได้สินค้าที่สบายกระเป๋า เหมาะกับการใช้งาน

เพราะลูกค้าบางรายเน้นประหยัด สิ่งที่ต้องช่วยลูกค้า คือ เลือกรุ่นที่ตัดฟังก์ชั่นที่เค้าไม่ใช้ออกไป เช่น ลูกค้าเน้นโทร ไม่เน้นเล่น Social Media ก็เลือกรุ่นที่โทรเข้าโทรออก

ลูกค้าไม่เน้นความหรูหรา ก็เลือกรุ่นที่ราคาลดลงมา แต่ได้การใช้งานที่น่าประทับใจแทน

แพ็คเกจ SIM ก็ช่วยลูกค้าเลือกที่เหมาะสม ก้บการใช้งาน สอบถามพฤติกรรมการใช้งานโทรศัพท์ก่อนเสนอขาย

(2E) Consumer Evaluation – สินค้าคุ้มค่าเกินคาดหวัง

ในเมื่อคุณหยิบยื่นสิ่งดี ๆ ให้กับลูกค้าแล้ว นอกจากได้สินค้าที่คุ้มค่าแล้ว ความประทับใจก็จะเกิดขึ้น

ทุก ๆ ครั้งที่ต้องการซื้อมือถือ หรือบริการเกี่ยวกับมือถือ ลูกค้าก็จะมีคุณเป็นตัวเลือกแรกในใจเสมอ แนะนำให้สร้างสายสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า เช่น การเก็บรายชื่อ อีเมล เบอร์โทร การให้ติดตาม LINE Official Account ของร้านค้า เพื่อส่งข้อมูลโปรโมชั่นหากัน

อีกแนวคิด คือ การไม่ลดราคา แต่เพิ่มมูลค่า โดยชี้ให้เห็นถึงความคุ้มค่า ว่าสินค้าที่เราขายนั้นหากลูกค้าซื้อแล้วมีความคุ้มค่ามากเพียงใด เพื่อแลกกับเงินที่ลูกค้ายอมจ่ายแบบสบายใจ

ตัวที่ 3

3P-PLACE >> 3C-CUSTOMER CONVENIENCE >> 3E-CONSUMER EXPERIENCE

(3P) Place – คุณสมบัติครบถ้วน

ร้านมือถือ มีสิ่งที่ให้ได้ตามที่ลูกค้าต้องการ มีที่จอดรถ มีมือถือให้เลือกหลายแบบ

(3C) Customer Convenience – บริการประทับใจ สะดวกสบาย

ทำให้ลูกค้ามีความสะดวกสบายมากที่สุด

ที่จอดรถจอดสะดวกเดินทางมาร้านสบาย

พนักงานพร้อมให้บริการแนะนำดี

(3E) Consumer Experience – สร้างประสบการณ์สุดยอด

เมื่อลูกค้าเข้ามาแล้ว สามารถทำให้ลูกค้าประทับใจ ได้ประสบการณ์ที่ดีกลับไป ทุกครั้งที่คิดถึงร้านมือถือก็อยากที่จะกลับมาซื้อที่ร้าน พร้อมกับอยากบอกต่อแนะนำให้เพื่อนๆอีกด้วย

และที่จะเสริมคือ Everry Place เนื่องจากปัจจุบัน Social Media เข้ามาเปลี่ยนโลก การซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ ทำให้ลูกค้าเห็นเราได้ทุกที่ เข้าถึงหน้าร้านออนไลน์ของเราได้จากทุกที่ ทุกเวลา ทุก ๆ ช่องทางสื่อสาร (รวมถึงช่องทางชำระเงินด้วยนะ)

ตัวที่ 4

4P-PROMOTION >> 4C-CUSTOMER COMMUNICATION >> 4E-CONSUMER EMOTIONAL

(4P) Promotion – การสื่อสารเรียกลูกค้า

การสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจสินค้าและบริการ การใช้โปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม ให้ลูกค้าสนใจเข้ามาซื้อได้ในราคาพิเศษ

(4C) Customer Communication – สื่อสารตรงกลุ่ม

ทำให้ลูกค้าได้รับข้อมูลข่าวสาร อย่างครบถ้วน มีการประชาสัมพันธ์ที่ดี ให้ลูกค้าเข้าถึงและรับรู้โปรโมชั่นสินค้า

การสื่อสารควรเหมาะกับกลุ่มเป้าหมายด้วยว่าชอบแบบไหน แล้วสื่อสารออกไปในรูปแบบที่เค้าสนใจ

(4E) Consumer Emotional – บรรยากาศในการซื้อ

การกระตุ้นอารมณ์ให้ลูกค้าอยากได้ และพร้อมที่จะซื้อสินค้าของคุณ ถ้าเป็นห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าที่ติดแอร์ ก็จะมีการเปิดเพลง เปิดแอร์ ทำให้ลูกค้าผ่อนคลาย รู้สึกน่าจับจ่ายใช้สอย อารมณ์ดีพร้อมจะซื้อสินค้าของเรา

สรุปแล้ว.. แม้สภาพเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงไป จะดีหรือจะร้าย มันเป็นปัจจัยภายนอก เป็นสิ่งที่เราควบคุมได้ยากหรือแทบไม่ได้เลย สิ่งที่เราควรจะทำมากที่สุด ณ ตอนนี้ คือ แก้ที่ปัจจัยภายในที่เราควบคุมได้ เช่น การนำ 4E ไปใช้ ลองย้อนกลับมาดูว่าวันนี้ ธุรกิจของเราเอง ได้ทำให้ลูกค้ามีประสบการณ์สุดยอด พร้อมดึงลูกค้าเข้าร้านกันหรือยัง สินค้าคุ้มค่าเหนือความคาดหวังมั้ย การสื่อสารทำได้ดีมากขนาดไหน ทำให้ลูกค้าคุ้มค่าเงินที่จ่ายให้เรามากพอหรือยัง หากยัง ไม่สายไปที่จะปรับปรุงในส่วนรับผิดชอบของเราตรงนี้ได้ครับ …. เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่พยายามพัฒนาธุรกิจอยู่นะครับ

 

นอกจากนียังมีเรื่องการสร้าง Brand และ Personal Brand ให้กับผู้ทำธุรกิจจำหน่ายมือถือในงานอีกด้วย

มีการแนะนำให้ใช้ LINE Official Account ทำให้มัดใจลูกค้าเก่าได้ดีมากขึ้น เพิ่มยอดขายจากลูกค้าเก่าได้อีก

เอาล่ะครับ…

จาะ 7 ธุรกิจดาวรุ่ง-ร่วงปี 2020

ได้เวลาที่คุณจะลองนำ 4E ไปปรับใช้กับธุรกิจของคุณแล้วครับ หากนำไปใช้แล้วมีการเปลี่ยนแปลงกับธุรกิจอย่างไรบ้าง มาเล่าสู่กันฟังได้ผ่านช่องทางการติดต่อของ ADSIDEA ได้เลยครับ