Retargeting ที่คุ้มงบ: Audience Window, Frequency, งบแบ่งกี่ %
บริษัทการตลาดออนไลน์

Retargeting ที่คุ้มงบ: Audience Window, Frequency, งบแบ่งกี่ %
หลายธุรกิจยิงโฆษณาเพื่อหาลูกค้าใหม่ แต่ลืมไปว่าคนจำนวนมาก เคยเห็นแบรนด์แล้วแต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อ
Retargeting คือกลยุทธ์ที่ช่วย ดึงคนที่เคยสนใจกลับมาให้ตัดสินใจง่ายขึ้น
หากวางระบบถูกต้อง Retargeting มักเป็นแคมเปญที่
- ปิดการขายง่ายกว่า
- ต้นทุนต่ำกว่า
- และใช้เงินโฆษณาน้อยกว่า Prospecting
แต่การทำ Retargeting ให้คุ้มงบ ต้องเข้าใจ 3 เรื่องสำคัญ
- Audience Window
- Frequency
- การแบ่งงบโฆษณา
Audience Window คืออะไร และควรตั้งกี่วัน
Audience Window คือ ช่วงเวลาที่เรานำคนที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์กลับมาเห็นโฆษณาอีกครั้ง
เช่น
- คนที่ดูวิดีโอ
- คนที่เข้าหน้าเว็บไซต์
- คนที่กดไลค์เพจ
- คนที่เคยทักแชท
โดยทั่วไปการแบ่ง Window จะช่วยให้ ข้อความโฆษณาเหมาะกับระดับความสนใจของลูกค้า
ตัวอย่างการแบ่งที่ใช้บ่อย
1–7 วัน
กลุ่มที่ “ร้อนที่สุด”
คนที่เพิ่งดูคอนเทนต์หรือเข้าเว็บไซต์
ควรใช้โฆษณาแบบ
- โปรโมชัน
- ข้อเสนอจำกัดเวลา
- Call to Action ชัดเจน
8–30 วัน
กลุ่มที่ยังสนใจ แต่ยังลังเล
ควรใช้คอนเทนต์
- รีวิวลูกค้า
- ผลลัพธ์จริง
- คำตอบข้อกังวล
31–90 วัน
กลุ่มที่เริ่มเย็นลง
ควรใช้คอนเทนต์
- Awareness
- Education
- หรือโปรพิเศษเพื่อดึงกลับมา
การแบ่งแบบนี้ช่วยให้ โฆษณาไม่ซ้ำซาก และตรงกับความสนใจของลูกค้า
Frequency ควรอยู่ที่เท่าไหร่ถึงจะพอดี
Frequency คือจำนวนครั้งที่โฆษณาแสดงต่อคนคนหนึ่ง
Retargeting ควรมี Frequency มากกว่า Prospecting
เพราะกลุ่มนี้เคยสนใจแบรนด์แล้ว
โดยทั่วไปค่าเหมาะสมคือ
- 7 วันแรก → 3 – 6 ครั้ง
- 30 วัน → 6 – 10 ครั้ง
หาก Frequency สูงเกินไปอาจเกิดปัญหา
- คนเริ่มรำคาญโฆษณา
- CTR ลด
- CPM แพงขึ้น
ดังนั้นควร
- เปลี่ยนครีเอทีฟทุก 2–3 สัปดาห์
- ใช้หลายมุมขาย
- หรือแบ่งกลุ่ม Audience ให้ละเอียดขึ้น
ควรแบ่งงบ Retargeting กี่ %
การแบ่งงบขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจและปริมาณ Traffic
แต่โครงสร้างที่ใช้บ่อยคือ
ธุรกิจเริ่มต้น
- Prospecting 70%
- Retargeting 30%
ธุรกิจที่มี Traffic มาก
- Prospecting 60%
- Retargeting 40%
ธุรกิจที่เน้นปิดยอดขาย
- Prospecting 50%
- Retargeting 50%
Retargeting จะทำงานดีเมื่อมี
- คนดูคอนเทนต์
- คนเข้าเว็บไซต์
- คนทักแชท
มากพอ
ดังนั้น Retargeting ต้องทำคู่กับ Content และ Prospecting

ตัวอย่าง Retargeting Funnel ที่ใช้ได้จริง
ตัวอย่างระบบที่ใช้กับธุรกิจบริการและคลินิก
ขั้นที่ 1 ยิงวิดีโอให้ความรู้
ขั้นที่ 2 Retarget คนดูวิดีโอ 50–95%
ขั้นที่ 3 Retarget คนที่กดไลค์ / เข้าเว็บไซต์
ขั้นที่ 4 Retarget คนที่เคยทักแชท
ระบบแบบนี้ช่วยให้
- ต้นทุนต่อแชทต่ำลง
- คนตัดสินใจเร็วขึ้น
- และเพิ่มโอกาสปิดการขาย
ทำไมหลายธุรกิจทำ Retargeting แล้วไม่เวิร์ก
ปัญหาที่พบได้บ่อย เช่น
– Audience เล็กเกินไป
– Frequency สูงเกินไป
– ครีเอทีฟซ้ำเดิม
– ไม่มีคอนเทนต์ใหม่เข้าระบบ
Retargeting ที่ดีจึงต้องมี
- Content ที่สร้าง Traffic
- โครงสร้าง Audience ที่ชัด
- และการ Optimize อย่างต่อเนื่อง
บริการรับทำ Retargeting โดย Adsidea
Adsidea ช่วยวางระบบ Retargeting สำหรับธุรกิจที่ต้องการเพิ่มยอดขายจากโฆษณาออนไลน์ โดยครอบคลุม
- วางโครงสร้าง Audience Retargeting
- วาง Audience Window ให้เหมาะกับธุรกิจ
- วิเคราะห์ Frequency และการแสดงผล
- วางระบบ Retargeting Funnel
- Optimize โฆษณาเพื่อลดต้นทุนต่อ Lead
เป้าหมายคือให้โฆษณา ใช้งบอย่างคุ้มค่า และเปลี่ยนคนที่สนใจให้กลายเป็นลูกค้า
ต้องการทีมการตลาดออนไลน์
เพียงทักมาปรึกษาเรา
ADSIDEA
Facebook : Adsidea ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ สร้างยอดขายง่ายนิดเดียว
LINE : @adsidea
โทร : 095-635-1606
ADSIDEA ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์
บทความที่เกี่ยวข้อง



ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ ราคาเท่าไหร่? (สรุปช่วงราคา + ปัจจัยที่ทำให้แพง/ถูก)
